NZ Road Trip - เข้า Christchurch แล้วไปว่ายน้ำกับโลมาที่ Kaikoura กัน

แล้วก็ได้เวลาเริ่มทริปกันค่ะ
เริ่มจากด่านแรกเลย การเข้าประเทศนิวซีแลนด์ ตม.ไม่โหดค่ะ เพราะเราขอวีซ่ากันมาเรียบร้อย แต่ที่โหดคือจุดตรวจสัมภาระ ซึ่งจะมีทั้งการแสกน ให้สุนัขดมกลิ่น และการขอเปิดกระเป๋า สิ่งต้องห้ามเลยคืออาหารทั้งหลาย เราก็ไม่ได้เอาอะไรมาเลยนะ แต่ก็ยังโดนเปิดกระเป๋าเพราะว่ามีรองเท้า Hiking ที่ใช้แล้ว และยังไม่ได้ซัก เนื่องจากเค้ากลัวว่าดินที่เราเคยไปเดินที่ประเทศอื่นมา มันอาจจะมีเชื้อโรค หรือ เชื้ออะไรที่มาก่อความเสียหายกับพืชพรรณของที่นี่ค่ะ ก็เลยโดนเจ้าหน้าที่เอารองเท้าไปจุ่มน้ำยา
ต่อมา การรับรถ ... อย่างที่บอกว่า Apex นี่เราจะต้องนั่งชัทเทิลไปรับรถค่ะ โดยพอเดินออกมาจาก gate  จะมีโทรศัพท์ภายในวางอยู่หน้าประตูterminal ก็โทรไปบอกเค้าว่าให้มารับ เสร็จแล้วเดินไปทาง Domestic hall (เลี้ยวขวาไปอีกฟากนึงเลย) แล้วก็รอรถมารับ ตอนที่เราไปคนเยอะจนรอบแรกไปไม่หมด และคล้ายๆว่าเราจะโดนแซงด้วย พนักงานเลยบอกว่าให้ไปรอบหน้านะ อีก 15 นาที กว่าจะมาอีกรอบ ซึ่งก็เกือบจะโดนแซงอีก ดีว่าพนักงานจำได้ว่าเราตกหล่นมาจากรอบที่แล้ว ก็เลยได้ไปในที่สุด
พอไปถึงออฟฟิศ เราก็ยื่นใบขับขี่ไทยให้ เพราะเราเช็คมาแล้วว่าไม่ต้องไปทำใบขับขี่อินเตอร์ แต่ดูเหมือนจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีปัญหา บอกเราว่า ให้ไปหา official แปลมา เพราะจะรู้ได้ไงว่าอันนี้คือของจริง เพราะอย่างเลขคศ.ก็ไม่เห็นจะเหมือนกัน ... คือเราปรี๊ดดดดดดมากกกกก มันจะต้องแปลอะไรอีก ในเมื่อมันมีภาษาอังกฤษจากทางการเขียนอยู่แล้ว เราเลยบอกว่า รู้จักมั้ย พศ.อะ เอา 543 ลบนะ  แล้วเราก็ไม่ใช่คนไทยคนแรกที่มาเช่าที่นี่ ตอนนั้นคนไทยในออฟฟิศมีประมาณสามครอบครัวได้ จนในที่สุดพนักงานที่ดูแลเราเดินเข้าไปหาผู้จัดการ ก็สรุปว่าไม่มีปัญหาอะไร ใช้ได้เลย เสียอารมณ์มาก ตั้งแต่ตอนรอรถ แล้วยังมาเจอพนักงานแบบนี้ คือบอกเลยว่าที่เค้ามีปัญหากับเราเพราะเหยียดผิว (พนักงานคนนี้น่าจะไม่ใช่คนนิว)

จากนั้นพนักงาน(อีกคนนึง) ก็ถามว่ารู้กฎจราจรรึยัง เราก็เลยบอกว่ารู้แล้ว แล้วก็ท่องที่ดูมาจากบนเครื่องให้ฟัง เค้าก็แค่ให้เราเซ็นชื่อรับรู้ แล้วก็เสร็จ ส่วนคุณนายผู้เคยอยู่ที่นี่มาเจ็ดปีพนักงานบอกไม่ต้องเซ็น งงปะ เพราะกลับไทยไปสิบกว่าปีแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เพื่อนที่จะตามมาวันพรุ่งนี้จะต้องเป็นหนึ่งในคนขับ ซึ่งต้องมาโชว์ตัวและเซ็นชื่อด้วยเหมือนกัน แม้ว่าเราจะเอาใบขับขี่ตัวจริงของนางมาด้วยก็ไม่ช่วยอะไร แต่ก็ประหยัดเวลากรอกข้อมูลไปได้หน่อยนึง

อ้อ อีกเรื่องที่เซ็งคือ ไฟลท์ที่เราจะกลับตอนแรกโดนแคนเซิล เราเลยต้องเลื่อนเป็นไฟลท์เช้าขึ้น ซึ่งเราต้องมาคืนรถในเวลาที่ออฟฟิส apex ยังไม่เปิด เลยต้องไปคืนที่จุดรับรถและต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก $30 เซ็งไปอีกค่ะ

เรื่องไฟลท์แคนเซิลนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวังค่ะ เพราะว่ามันไม่ใช่เส้นทางบินตรงของการบินไทย ดังนั้นจึงมีการต่อเครื่องกับ Air NZ แม้ว่าเราจะจองใน booking เดียวกันซึ่งจองตรงกับการบินไทย แต่พอไฟลท์ของ Air NZ เลื่อน ระบบกลับไม่มีอีเมลหรือข้อความมาแจ้งเราเลย
แต่เพื่อนผู้รอบคอบของเราคนเดิม นางเข้าไปเลือกที่นั่ง เลยเห็นว่าไฟลท์ (Chch – Auckland) เปลี่ยนเป็นช้าลงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งทำให้เวลาต่อเครื่องเราเหลือแค่ 20 นาที ซึ่งมันไม่ทันแน่นอน ก็เลยจัดการโทรไปหา call center การบินไทย แต่พนักงานที่รับสายเพื่อนเราบอกว่า ต้องโทรไปเลื่อนกับ Air NZ เอง และต้องมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไฟลท์ เพื่อนเราเลยปรี๊ดมาก เพราะเป็นการจองกับ กบท. และไฟลท์ที่ระบบเปลี่ยนให้ก็ไม่สมเหตุสมผล เล่นเอาต้องเคลียร์กันนานกว่าเค้าจะจัดการให้ซึ่งสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ทำเรื่องเปลี่ยนให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่พอเราโทรไปเปลี่ยนไฟลท์ของเราอีกวันนึงก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เจ้าหน้าที่ประสานงานดี
 
Christchurch 
วันแรกที่ Chch ของเราเป็นการเยี่ยมเยียน host family และคุณนายพาขับรถชมเมืองระลึกความหลังค่ะ (#นอกเรื่อง การไปดูว่าแฟนเราเคยมีชีวิตความเป็นอยู่ตอนเด็กยังไงนี่มันก็ทำให้เราเข้าใจเค้ามากขึ้นนะ เวลาเค้าเล่าอะไรย้อนอดีตก็จะได้อินไปด้วย)
ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป hiking ที่ Taylor Mistake (ใครมีเวลาว่างขอแนะนำเลยค่ะ เป็น รูทที่คุณนายชอบไปบ่อยมากตอนเรียนหนังสือ) แต่ว่ามัวแต่โอ้เอ้กัน ก็เลยไม่ทันเวลา เพราะจองอาหารกลางวันไว้ที่ร้าน Roots (ตอนนี้ปิดไปแล้ว) ซึ่งเป็นร้านที่ได้เรทติ้งดีมากๆใน Chch คล้ายๆมิชลิน (ที่นิวซีแลนด์ ให้ดูranking จากนิตยสาร Cuisine เค้าจะให้คะแนนเป็น หมวก 1 – 3 ร้านนี้ได้ 3) ทำนองนั้นค่ะ ก็เลยเป็นการเปิดทริปด้วย Fine dining หรูๆนิดนึง 😃  ร้านนี้เค้าจะเน้นวัตถุดิบสดใหม่ที่หาได้ในท้องถิ่นและผักปลูกเอง เป็นมื้อที่น่าประทับใจมื้อนึงค่ะ
กินอิ่มแล้วก็ออกเดินทางไป Kaikoura กันค่ะ!!
แต่ระหว่างทางไป Kaikoura เราขอแวะไร่ไวน์สักหน่อย นั่นคือ Pegasus Bay เป็นไวน์ที่ดังพอสมควรเลย และไปง่ายเพราะใกล้ Chch และค่อนข้างมีชื่อเสียง
พูดถึงไวน์ คนส่วนมากจะคิดถึง Sauvignon หรือ chardonnay สำหรับไวน์ขาวแต่เนื่องจากเราเป็นคอไวน์ Riesling กันเลยต้องทำการบ้านเยอะขึ้น ซึ่งที่Pegasus Bay ก็ใช้ได้ทีเดียว โดยไวน์ที่นิวซีแลนด์นี้มีหลาย region ค่ะ ทางเกาะเหนือจะเป็น Zone ที่ออกไปทาง Hawke’s bay กับเหนือ Wellington ส่วนเกาะใต้แบ่งได้ สามโซนใหญ่ โซนหัวเกาะพวก Nelson (Marlborough)  กับเหนือ Chchc (Waipara Valley) แล้วก็ลงไปทาง Otago เลย ซึ่งทาง Otago นี่จะดัง Pinot Noir
ทั้งนี้ขอย้ำนิดนึงว่าที่nz เรื่อง drink & drive เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก นอกจากค่าปรับจะมหาโหดแล้วจะเสี่ยงติดคุกเด้อ  เพราะฉะนั้นต้องนัดแนะกันให้ดีว่าถ้ากินแล้วใครจะขับ (ซึ่งส่วนใหญ่เราก็ซื้อไปกินมื้อเย็นในที่พักค่ะ เลยไม่มีปัญหา)
ในทริปนี้เราเลือกไร่ไวน์มาหลายแห่งเหมือนกัน บางที่ก็ไม่ได้แวะ แต่ถ้าใครเป็นคอไวน์นี่แนะนำให้ทำการบ้านไปก่อนนะคะ จะได้ไม่พลาดแหล่งไวน์ดีๆ
(รูปนี้เป็นรูปที่ไร่ Mt. Difficulty ระหว่างทาง Queenstown กับ Mt.Cook ค่ะ)
Kaikoura
มาถึง Kaikoura กันค่ะ เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศ ขึ้นมาทางเหนือของ Chch ประมาณ2-3 ชั่วโมง พอดีช่วงที่เราไปยังมีการซ่อมถนนจึงทำให้การเดินทางช้ากว่าปกติ เราจึงมาถึงตอนมืดพอดี ในส่วนของอาหาร ที่ Kaikoura นี่ต้องจัดอาหารทะเล จริงๆเค้ามี Crayfish ดังอยู่หลายเจ้า แต่ตอนเราไปไม่ใช่ฤดู >.< ก็เลยอด กลายเป็น Fish n chips ไป
ภาระกิจของเราที่ Kaikora นี้คือการมาว่ายน้ำกับโลมาค่ะ เพราะว่าคุณนายหมายมั่นปั้นมือเอาไว้หนักมาก เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่นางอยากทำมาตลอดการอยู่นิวซีแลนด์แต่ไม่เคยมีโอกาส สำหรับกิจกรรมนี้ ราคา 175$ ต่อคน เริ่มกันตั้งแต่เช้ามืด (เราเลือกรอบ 5:30 am เพราะว่าจะได้มีเวลาไปต่อที่อื่น) ไปนั่งฟังอบรม และเปลี่ยนชุด โดยเค้าจะให้เราใส่ชุด wet suit เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายเนื่องจากน้ำเย็นมากๆๆๆค่ะ นั่งเรือออกไปตั้งแต่พระอาทิตย์เริ่มขึ้น ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเจอโลมากระโดดเล่นกับเรือเป็นระยะ แต่ไม่ใช่ทุกฝูงที่จะยอมให้เราว่ายน้ำด้วย ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะเล็งก่อน และลงไปลองเชิงเจ้าโลมาน้อย ถ้าสัญญาณดีก็จะให้พวกเราทยอยลง ซึ่งทั้งทริปจะลงน้ำประมาณ 4-5 ครั้ง เราลงรอบแรก โลมาว่ายหนี ไม่เล่นด้วย รอบสองมีมาวนๆบ้าง รอบสามนี่ฟินเลย น้องขี้เล่นมาก มาวนอยู่นาน โดยเวลาลงไปต้องทำเสียง วี้ๆ ให้เหมือนเรียกเค้ามาเล่นด้วย แล้วก็ต้องคอยหมุนตัว เค้าจะได้มาเล่นกับเรา  กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาหมดเรี่ยวแรง รอบสุดท้ายเราก็เลยไม่ลงแล้ว

สำหรับใครที่สนใจไปว่ายน้ำกับโลมาแบบนี้ เข้าไปซื้อแพคเกจได้ที่นี่เลยค่ะ 
http://www.dolphinencounter.co.nz/kaikoura
Picture
พอขึ้นจากเรือก็มาเดินเล่นที่ชายหาด Seal Colony ดูเจ้าตัวนากนอนแผ่ (เจ้าตัวนากนี่ดุนะคะ อย่าเข้าใกล้ เพื่อนเราเข้าไปใกล้นิดนึง มันทำเสียงดังใส่แล้วเจ้าหน้าที่เลยรีบห้าม) แล้วก็ได้เวลามุ่งหน้าไปทาง West Coast กันแล้วค่ะ  ติดตามตอนต่อไปได้เลยค่ะ ^^

Comments

Popular posts from this blog

Unforgettable India [4 Jodhpur] - Blue City ที่ได้แต่มองไกลๆ

Unforgettable India [5 Udaipur] - The City of Lakes

North Kyushu Road Trip