เปรูฉบับเร่งรัด (8) - Lima and Sao Paolo
และแล้วทริปผจญภัยในเปรูของเราสองคนก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย... ตอนนี้เรากลับเข้า Lima เมืองหลวง แล้วบินกลับไปยัง Sao Paolo, Brazil เพื่อกลับประเทศไทยค่ะ
จาก Paracas ตอนที่แล้ว เดินทางไปยัง Lima ใช้เวลาแค่สองชั่วโมง มาถึงก็เรียกแท็กซี่ (authorised taxi) จากสถานีไปยังที่พัก โดยที่พักใน Lima เราเลือกนอนในย่าน Miraflores ซึ่งถือว่าเป็นย่านชนชั้นกลางค่อนไปทางฐานะดี ถนนสวยงามเรียบร้อยเหมือนยุโรป จำได้ว่าวันนั้นสะบักสะบอมมาก เพราะทั้งขึ้นรถลงเรือทั้งๆที่เป็นวันเกิดของคุณนายแต่ว่าไม่มีปัญญาหาอะไรพิเศษให้เลย พยายามเมสเสจไปหาเจ้าของที่พักให้ช่วยหาซื้อเค้กไว้ให้ แต่ว่าเค้าก็ไม่อยู่ซะอีก
ที่น่าเสียดายอีกอย่างนึงคือที่ Lima นี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งร้านอาหาร โดยมีร้านที่ได้ Michelin star เยอะมาก แต่เราไม่ได้ไปชิมเลยสักร้าน! เพราะว่าไม่มีทั้งเวลาและเงิน T_T
สำหรับ activity ใน Lima เราเลือก food tour ค่ะ เพราะว่าอย่างที่บอก ที่นี่เป็นเมืองแห่งอาหาร แต่เรามีเวลาน้อยมากและการเดินทางในเมืองก็ไม่ง่ายนัก เราจึงคิดกันว่าอยากซื้อ day tour และ food tour ก็ตอบโจทย์ โดย Food tour เจ้านี้ชื่อ Lima Gourmet Company ซึ่งได้อันดับ 1 ใน tripadvisor แม้ว่าราคาจะแพงมหาโหด (คนละ $130) แต่ก็ถือว่าบริการดีมากและได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
อีกครั้งหนึ่งที่ต้องบอกว่า บล็อกนี้รูปน้อยมาก เพราะว่าอยู่ใน folder ที่พังไปค่ะ เหลือแต่รูปน้อยนิดในมือถือ
ทัวร์มารับเราตอนเช้าด้วยรถตู้ VIP ทั้งกรุ๊ปมี 6 คน 3 คู่ โดย โดยนอกจากคู่เรา อีกสองคู่มาจาก US และ Lima เป็นจุดหมายแรกในเปรู ทุกคนเลยยังดู fresh ต่างจากเราสองคนซึ่งใกล้หมดสภาพเต็มที ไกด์ของเราเป็นผู้ชายตัวเล็กที่เราคิดว่าเค้าหน้าเหมือนอาจารย์เผ่าทองมาก :D
จุดหมายแรกของทัวร์วันนี้คือ ร้านกาแฟ เป็นคาเฟ่เก๋ๆในย่าน Barranco ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าที่บ้านเรือนสวยงามมาก กาแฟที่ลองชิมเช้านี้ คือ espresso ผสม pisco! ฮ่าๆๆ แต่เช้า แต่ก็อร่อยดีนะคะ
เดินกันต่อไปอีกหน่อยก็ถึงจุดหมายที่สองซึ่งเป็นคาเฟ่เก๋ๆในบ้านเก่า ที่นี่เราได้ชิมน้ำผลไม้ปั่น ชื่อ Lucuma เป็นลูกเขียวๆ เนื้อเป็นสีขาวคล้ายๆน้อยหน่า เอามาปั่นกับไอสครีมวนิลลา เล่นเอาอิ่มจนจุกเลย
จุดที่สามนี้ดีที่สุด คือ ไกด์พาเราไปที่ตลาดสดแบบสะอาดๆ ประมาณบองมาเช่ หรือ อตก.บ้านเรา ที่นี่มีทั้งร้านผลไม้ ซึ่งเราได้เห็นผลไม้แปลกๆเยอะมาก เพราะว่าสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่นี่ต่างกับบ้านเราอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ นอกจากดูแล้วเค้าก็มีให้ชิมด้วย และยังมีร้านอาหารปรุงสุก (ประมาณร้านข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว) ร้านอาหารทะเลสด ร้านเนื้อ
จาก Paracas ตอนที่แล้ว เดินทางไปยัง Lima ใช้เวลาแค่สองชั่วโมง มาถึงก็เรียกแท็กซี่ (authorised taxi) จากสถานีไปยังที่พัก โดยที่พักใน Lima เราเลือกนอนในย่าน Miraflores ซึ่งถือว่าเป็นย่านชนชั้นกลางค่อนไปทางฐานะดี ถนนสวยงามเรียบร้อยเหมือนยุโรป จำได้ว่าวันนั้นสะบักสะบอมมาก เพราะทั้งขึ้นรถลงเรือทั้งๆที่เป็นวันเกิดของคุณนายแต่ว่าไม่มีปัญญาหาอะไรพิเศษให้เลย พยายามเมสเสจไปหาเจ้าของที่พักให้ช่วยหาซื้อเค้กไว้ให้ แต่ว่าเค้าก็ไม่อยู่ซะอีก
ที่น่าเสียดายอีกอย่างนึงคือที่ Lima นี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งร้านอาหาร โดยมีร้านที่ได้ Michelin star เยอะมาก แต่เราไม่ได้ไปชิมเลยสักร้าน! เพราะว่าไม่มีทั้งเวลาและเงิน T_T
สำหรับ activity ใน Lima เราเลือก food tour ค่ะ เพราะว่าอย่างที่บอก ที่นี่เป็นเมืองแห่งอาหาร แต่เรามีเวลาน้อยมากและการเดินทางในเมืองก็ไม่ง่ายนัก เราจึงคิดกันว่าอยากซื้อ day tour และ food tour ก็ตอบโจทย์ โดย Food tour เจ้านี้ชื่อ Lima Gourmet Company ซึ่งได้อันดับ 1 ใน tripadvisor แม้ว่าราคาจะแพงมหาโหด (คนละ $130) แต่ก็ถือว่าบริการดีมากและได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
อีกครั้งหนึ่งที่ต้องบอกว่า บล็อกนี้รูปน้อยมาก เพราะว่าอยู่ใน folder ที่พังไปค่ะ เหลือแต่รูปน้อยนิดในมือถือ
ทัวร์มารับเราตอนเช้าด้วยรถตู้ VIP ทั้งกรุ๊ปมี 6 คน 3 คู่ โดย โดยนอกจากคู่เรา อีกสองคู่มาจาก US และ Lima เป็นจุดหมายแรกในเปรู ทุกคนเลยยังดู fresh ต่างจากเราสองคนซึ่งใกล้หมดสภาพเต็มที ไกด์ของเราเป็นผู้ชายตัวเล็กที่เราคิดว่าเค้าหน้าเหมือนอาจารย์เผ่าทองมาก :D
จุดหมายแรกของทัวร์วันนี้คือ ร้านกาแฟ เป็นคาเฟ่เก๋ๆในย่าน Barranco ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าที่บ้านเรือนสวยงามมาก กาแฟที่ลองชิมเช้านี้ คือ espresso ผสม pisco! ฮ่าๆๆ แต่เช้า แต่ก็อร่อยดีนะคะ
เดินกันต่อไปอีกหน่อยก็ถึงจุดหมายที่สองซึ่งเป็นคาเฟ่เก๋ๆในบ้านเก่า ที่นี่เราได้ชิมน้ำผลไม้ปั่น ชื่อ Lucuma เป็นลูกเขียวๆ เนื้อเป็นสีขาวคล้ายๆน้อยหน่า เอามาปั่นกับไอสครีมวนิลลา เล่นเอาอิ่มจนจุกเลย
จุดที่สามนี้ดีที่สุด คือ ไกด์พาเราไปที่ตลาดสดแบบสะอาดๆ ประมาณบองมาเช่ หรือ อตก.บ้านเรา ที่นี่มีทั้งร้านผลไม้ ซึ่งเราได้เห็นผลไม้แปลกๆเยอะมาก เพราะว่าสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่นี่ต่างกับบ้านเราอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ นอกจากดูแล้วเค้าก็มีให้ชิมด้วย และยังมีร้านอาหารปรุงสุก (ประมาณร้านข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว) ร้านอาหารทะเลสด ร้านเนื้อ
| จากนั้น จุดที่ 4 เป็นการเรียนทำ Ceviche และ Pisco sour งานนี้ลงมาจากที่สูงแล้วก็ดื่มกันได้เต็มที่ค่ะ เรียนไปชิมไปกันอย่างสนุกสนานสักพักก็ได้เวลาไป Lunch กัน Stop สุดท้าย คือ หนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดใน Lima ซึ่งตั้งอยู่ชิดติดกับซากโบราณสถาน Huaca Pucllana อันเป็นหนึ่งในที่ที่ควรไปชมเมื่อมาเยือน Lima อาหารที่จัดมาให้เป็นเหมือน tasting menu ค่ะ มี 4 อย่าง โดย cuisine ที่เปรูนี้ เค้าแบ่งประเภทออกตามเชื้อชาติที่ fusion เนื่องจากมีคนหลายเชื้อชาติมาตั้งรกรากกันที่นี่ เช่น อาหารที่มีรากจากอาหารจีน เรียกว่า Chifa, อาหาร Spanish อันนี้แน่นอนเพราะว่าคนสเปนเข้ามาที่เปรูมากมายตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ดังนั้น ปาเอญ่า และ ชูโรส จะมีขายให้เห็นทั่วไป แต่ว่ารสชาติอาจจะไม่ได้เหมือนกับที่สเปนซะทีเดียว, อาหารอิตาเลี่ยนและยุโรปชาติอื่น และที่ขาดไม่ได้คือรากจากอาหารญี่ปุ่น เพราะว่าคนญี่ปุ่นที่อยู่ในเปรูนี้มีเยอะมากๆ แม้แต่อดีตนายกของเปรูก็เป็นคนเชื้อสายญี่ปุ่น | |
อาหารเปรูเวียนนี้ ส่วนผสมหลักได้แก่ ข้าวโพด และ มัน อย่างที่เล่าไปเมื่อตอนแรกๆว่าที่เปรูนี้ปลูกมันได้หลากหลายชนิดมาก และข้าวโพดที่นี่ก็เม็ดอวบกว่าหลายๆที่ในโลก
อาหารสี่อย่างที่ได้ชิมนี้ รสชาตินับว่าอร่อยค่ะ แต่ว่าพลาดที่ของหวาน ซึ่งหวานจัดทุกรายการ สุดท้ายที่ได้จาก food tour นี้ นอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังได้ความรู้เรื่องอาหารเยอะมาก และได้พูดคุยกับคนต่างชาติที่มีความสนใจในเรื่องอาหารเหมือนๆกัน สนุกดีค่ะ
ปิดท้ายวันด้วยการไปช้อปปิ้งของฝากกันที่ Inka Market เค้าสะกดแบบนี้แหละ คนเปรูยังงง ที่นี่จะคล้ายๆจตุจักรบ้านเรา แต่ว่าเล็กกว่ามาก ของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็น กระเป๋า hand made สีสดใส ราคาไม่แพง ส่วนของแพงๆก็พอมี เช่นเครื่องเงิน เครื่องหนัง แต่พวกของโหลก็มีเยอะอย่างพวงกุญแจหรือแม่เหล็กติดตู้เย็น นอกจากนี้ด้านนอกตลาด (บริเวณรอบๆ) ยังเต็มไปด้วยร้าน painting ที่สวยและราคาไม่แพงเลย สีสดใสมาก สุดท้ายเราก็ผลาญเงินเปรูออกไปจนหมดเกลี้ยง T_T
ช้อปเสร็จก็กลับไปเก็บกระเป๋า รอแท็กซี่มารับ โดยเรานัดแท็กซี่ยี่ห้อเดิมที่เคยใช้ใน Cusco แต่ว่ารอแล้วรอเล่า แท็กซี่ก็ไม่มา โทรไปตามแล้วบอกว่า ตกหล่นนัดเราไปเพราะเค้าดันไปลบอีเมลทิ้ง T_T ร้องไห้หนักมากเพราะว่าเป็นทริปสำคัญคือต้องไปสนามบิน
จุดนั้นคือโชคดีที่ Lima ก็มี Uber ก็เลยได้รถไปสนามบิน แต่ที่ร้ายคือ Lima นี่รถติดเหมือนกรุงเทพเปี๊ยบ เล่นเอาลุ้นกันเหงื่อแตกว่าจะไปทันมั้ย พอถึงสนามบินก็วิ่งๆ แต่คุณนายดันหิวซะอีก เฮ้อ สุดท้ายแทบจะต้องยัดเฟร้นช์ฟรายเข้าปากแบบไม่ต้องเคี้ยวกันเลย
อาหารสี่อย่างที่ได้ชิมนี้ รสชาตินับว่าอร่อยค่ะ แต่ว่าพลาดที่ของหวาน ซึ่งหวานจัดทุกรายการ สุดท้ายที่ได้จาก food tour นี้ นอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังได้ความรู้เรื่องอาหารเยอะมาก และได้พูดคุยกับคนต่างชาติที่มีความสนใจในเรื่องอาหารเหมือนๆกัน สนุกดีค่ะ
ปิดท้ายวันด้วยการไปช้อปปิ้งของฝากกันที่ Inka Market เค้าสะกดแบบนี้แหละ คนเปรูยังงง ที่นี่จะคล้ายๆจตุจักรบ้านเรา แต่ว่าเล็กกว่ามาก ของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็น กระเป๋า hand made สีสดใส ราคาไม่แพง ส่วนของแพงๆก็พอมี เช่นเครื่องเงิน เครื่องหนัง แต่พวกของโหลก็มีเยอะอย่างพวงกุญแจหรือแม่เหล็กติดตู้เย็น นอกจากนี้ด้านนอกตลาด (บริเวณรอบๆ) ยังเต็มไปด้วยร้าน painting ที่สวยและราคาไม่แพงเลย สีสดใสมาก สุดท้ายเราก็ผลาญเงินเปรูออกไปจนหมดเกลี้ยง T_T
ช้อปเสร็จก็กลับไปเก็บกระเป๋า รอแท็กซี่มารับ โดยเรานัดแท็กซี่ยี่ห้อเดิมที่เคยใช้ใน Cusco แต่ว่ารอแล้วรอเล่า แท็กซี่ก็ไม่มา โทรไปตามแล้วบอกว่า ตกหล่นนัดเราไปเพราะเค้าดันไปลบอีเมลทิ้ง T_T ร้องไห้หนักมากเพราะว่าเป็นทริปสำคัญคือต้องไปสนามบิน
จุดนั้นคือโชคดีที่ Lima ก็มี Uber ก็เลยได้รถไปสนามบิน แต่ที่ร้ายคือ Lima นี่รถติดเหมือนกรุงเทพเปี๊ยบ เล่นเอาลุ้นกันเหงื่อแตกว่าจะไปทันมั้ย พอถึงสนามบินก็วิ่งๆ แต่คุณนายดันหิวซะอีก เฮ้อ สุดท้ายแทบจะต้องยัดเฟร้นช์ฟรายเข้าปากแบบไม่ต้องเคี้ยวกันเลย
| มาถึงสนามบิน Sao Paolo ก็เช้าพอดี เราก็ซื้อ day tour อีกแล้ว เพราะว่าเรามีเวลาเกือบเต็มวันกว่าจะถึงเวลาบินกลับไทย เราก็เลยตัดสินใจซื้อ half day Sao Paolo city tour เป็น Private tour ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ในรถ เพราะว่าคนขับจะพาขับชมรอบเมือง ทั้งส่วน CBD, รอบๆเมือง, สวนสาธารณะ รวมไปถึงชุมชนแออัดด้วย ในทริปนี้ รถจอดให้เราแวะสองที่ คือ เดินเล่นในสวนสาธารณะ ตอนนั้นอากาศดีมากและมีดอกไม้ผลิด้วย และอีกจุดหนึ่งคือตลาดสด ซึ่งบอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะเค้ามีทุกอย่าง และค่อนข้างสะอาด อารมณ์เหมือนตลาดสดในยุโรป มีทั้งโซนเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก ผลไม้ และมีร้านอาหารเยอะมาก ตอนแรกเราก็เดินกันเพลินๆชิลๆ ซื้อสตรอเบอรี่ กินหอยนางรม แล้วก็ไม่อิ่ม เลยตกลงปลงใจที่ร้านแซนวิชยักษ์สไตล์บราซิลเลี่ยน แต่กินไม่ทันเพราะคนขับมาตาม ก็เลยห่อมากินที่สนามบินแทน แซนวิชที่นี่ไส้ทะลักมาก ชีสเยิ้ม ติดจะเค็มไปหน่อยแต่ว่าอร่อยดีค่ะ ปิดท้ายทริปด้วยโค้กกระป๋องโอลิมปิคสีทอง ... | |
สรุปว่าทริปนี้เป็นทริปที่ต้องจดจำไปจนตายค่ะ ทั้งสนุก ทรหด ตื่นตะลึง และทรมาน ครบทุกรสชาติ และมีคุณค่าต่อความทรงจำจริงๆ
ปิดท้ายบล็อกยาวยืดนี้ด้วยรูป landscape นอกโลก พร้อมกับชาโคคาเพื่อนยากของทริป นิ้วเหี่ยวๆของฉัน และนิ้วอ้วนๆของคุณนายค่ะ :D
ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับเปรู สามารถติดต่อผ่านทางหน้าเพจ facebook.com/thejazzyrain ได้เลยค่ะ
ปิดท้ายบล็อกยาวยืดนี้ด้วยรูป landscape นอกโลก พร้อมกับชาโคคาเพื่อนยากของทริป นิ้วเหี่ยวๆของฉัน และนิ้วอ้วนๆของคุณนายค่ะ :D
ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับเปรู สามารถติดต่อผ่านทางหน้าเพจ facebook.com/thejazzyrain ได้เลยค่ะ











Comments
Post a Comment