เปรูฉบับเร่งรัด (6) - Colca and Arequipa
เดิมที จุดหมายต่อจาก Puno ของเรา คือ Arequipa เมืองใหญ่อันดับสองของเปรู แต่จากรีวิว สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของ Arequipa คือการออกไป Colca Canyon และจากแผนที่ Colca canyon อยู่ระหว่าง Arequipa กับ Puno เราก็เลยจะแวะ colca canyon กันก่อน
ดังนั้น จาก Puno เราจึงจองที่พัก+รถทัวร์ ผ่านทางรีสอร์ท ชื่อ Kilawasi Lodge แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้คงไม่ใช่เส้นทางที่นักท่องเที่ยวเค้านิยมไปกัน ทั้งรถบัส 40 ที่นั้งจึงมีแต่เราสองคนบนรถทัวร์ แถมคนขับยังมารับเราก่อนจะไปรับ hostage ซะอีก!!
ระหว่างทางรถทัวร์แวะให้เราหนึ่งจุด คือริมทะเลสาบที่สูงที่สุด (วันก่อนก็นึกว่า La Raya สูงที่สุด เมื่อวานก็นึกว่า Titicaca สูงที่สุด มาวันนี้ก็สูงที่สุดอีก >.< ) ทะเลสาบนี้มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือเจ้าฟลามิงโก้สีชมพูค่ะ แต่ว่าเข้าใกล้มากไม่ได้ และกล้องเราก็ซูมไม่ได้มาก ก็เลยได้รูปมาแบบไกลลิบๆ
ดังนั้น จาก Puno เราจึงจองที่พัก+รถทัวร์ ผ่านทางรีสอร์ท ชื่อ Kilawasi Lodge แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้คงไม่ใช่เส้นทางที่นักท่องเที่ยวเค้านิยมไปกัน ทั้งรถบัส 40 ที่นั้งจึงมีแต่เราสองคนบนรถทัวร์ แถมคนขับยังมารับเราก่อนจะไปรับ hostage ซะอีก!!
ระหว่างทางรถทัวร์แวะให้เราหนึ่งจุด คือริมทะเลสาบที่สูงที่สุด (วันก่อนก็นึกว่า La Raya สูงที่สุด เมื่อวานก็นึกว่า Titicaca สูงที่สุด มาวันนี้ก็สูงที่สุดอีก >.< ) ทะเลสาบนี้มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือเจ้าฟลามิงโก้สีชมพูค่ะ แต่ว่าเข้าใกล้มากไม่ได้ และกล้องเราก็ซูมไม่ได้มาก ก็เลยได้รูปมาแบบไกลลิบๆ
| ตอนนั่งรถกันมาแค่สองคนนี่ไกด์ก็มาชวนคุยตลอดทาง ทั้งเล่าเรื่องของเปรู และถามเรื่องประเทศไทย แต่เด็ดสุดคือหาว่าแฟนเราเป็น your mother รึเปล่า เล่นเอานางงอนหนักเลย หึหึ เห็นรูปแล้วนึกออกว่ายังไม่ได้เล่าเรื่อง Inca kola น้ำอัดลมสุดฮิตของที่นี่ ผลิตโดย coca cola นี่แหละค่ะ และเราว่ารสชาติประมาณน้ำเขียว น้ำแดงนี่แหละแต่ว่ามันเป็นสีเหลืองทอง อร่อยดีนะคะ เราดื่มบ่อยมากตลอดทริป เพราะว่ามันมีขายเฉพาะที่เปรูเท่านั้น ในที่สุดเราก็มาถึงจุดเปลี่ยนรถ โดยเราจะต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถ Arequipa ที่มุ่งหน้าไป Colca ค่ะ ที่จุดรอเปลี่ยนรถ มองไปรอบตัวมีแต่ทะเลทราย ดูเป็นภูมิประเทศที่มึนงงมาก บางทีก็สงสัยว่านี่เราอยู่บนโลกใบเดียวกับประเทศไทยจริงๆใช่มั้ย?? เรารอไป ก็จิบชาโคคาไป ในที่สุดรถก็มาถึง รถเที่ยวนี้ เป็นทริปที่น่าเวียนหัวที่สุด เพราะมีลูกเด็กเล็กแดงเยอะมาก มีหลายเชื้อชาติ ทั้งจีน อิตาลี สเปน ตอนแรกนักท่องเที่ยวชาวจีนนี่ส่งภาษากับเราใหญ่ นึกว่าเพราะว่าตาตี่พอๆกัน ฮ่าๆ ขึ้นรถมาได้แป๊บเดียวก็มีการจอดแวะข้างทาง ... ความพิเศษของจุดนี้คือวิวของทุ่งหญ้าแห้งๆ ตัว alpaca ตัว Lama และฉากภูเขายอดน้ำแข็งด้านหลัง | |
| Colca Canyon ชมวิวกันได้สักพักก็ถึงเวลาไปต่อ ... ทางไป Colca นี่ตรงไปเรื่อยๆ แล้วก็ข้ามเขา โดยต้องวนๆๆๆๆขึ้นเขา แล้วก็วนๆๆๆๆลง เพราะว่า colca นี้อยู่ในหุบเขาค่ะ หมู่บ้านในหุบเขานี้มีสองหมู่บ้าน คือ Chivay กับ Yanque โดย Chivay จะถึงก่อน และเป็นเมืองใหญ่กว่า ผู้โดยสารในรถส่วนใหญ่ก็ลงที่ Chivay ค่ะ เหลือไป Yanque แค่สามคู่ ที่พักของเราวันนี้ ชื่อ Kilawasi Lodge เป็นที่พักที่น่ารักมาก เตียง Comfy ห้องน้ำใหญ่ สะอาด และวิวดีมาก ทุกอย่างสะดวกสบาย นับเป็นที่พักที่ดีที่สุดในทริปนี้และบรรยากาศชิลมากๆ เสียดายว่ามีเวลาอยู่แค่คืนเดียว เราทานอาหารกลางวันกันที่โรงแรม รสชาติพอใช้ได้ แล้วก็ออกไปเดินเล่นกันรอบๆหมู่บ้าน วันนั้นมีบ้านหนึ่งที่มีการจัดงานรื่นเริงอะไรสักอย่าง มีผู้คนแต่งตัวสวยงามมาร่วมงาน ดูแล้วน่าสนใจมาก เราเลียบๆเคียงๆดูแล้วก็เดินเลยไปที่จัตุรัส ที่นี่ก็เหมือนทุกเมือง ที่จะมีจัตุรัสเป็นศูนย์รวม ตอนบ่ายๆอย่างงี้ ที่จัตุรัสเงียบมาก ต่างจากตอนเช้าที่คึกคักเพราะว่ามีทั้งตลาดและการแสดง แล้วเราก็เดินกลับมาเดินเล่นที่หุบเข้า colca หน้าห้องพักนี่แหละ แป๊บเดียวก็พระอาทิตย์ตก ส่วนตอนกลางคืนนั้นมืดสนิท ดาวเต็มฟ้า และหนาวมาก | |
และแล้วก็มีเรื่องที่กลับมากวนใจเราอีกครั้ง .... การจองตั๋วรถบัสไม่สำเร็จเพราะไม่สามารถใช้บัตรเครดิตของเราได้ !!! คราวนี้เป็นการจองรถจาก Arequipa ไป Nazca จากเว็บไซท์ของรถบัสก็มีปัญหาเดิม คือบัตรเครดิตของเราใช้กับระบบ epayment ที่นี่ไม่ได้ เราก็เลยไปขอให้โรงแรมช่วยโทรไป call center แต่ว่าไม่สำเร็จ เราเลยขอให้เค้าใช้บัตรเค้า แล้วเดี๋ยวเราจ่ายเงินสดให้ แต่ว่าไปๆมาๆ เราเห็นพนักงานยุ่งมาก (คนเดียวทำทุกอย่างเลย เป็นทั้ง front ยกกระเป๋า เสิร์ฟอาหาร) เราก็เลยลองเสิร์ชไปเรื่อยๆ จนบังเอิญไปเจอเว็บ Busportal (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Redbus ไปละ https://www.redbus.pe/en/ ) ซึ่งสามารถจ่ายด้วย Paypal ได้ จากนั้นเราเลยใช้เว็บนี้เป็นหลักในการจองตั๋วรถทัวร์ในเปรูไปเลย
โปรแกรมวันถัดมา (อยู่ในแพคเกจ) ทัวร์จะพาเราไปดู Andean Condor กันค่ะ (มันคือแร้ง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มาก ถือเป็นนกล่าเหยื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เส้นทางไปนั้นทุลักทุเลมาก ถนนมีการลาดยางอยู่แค่ช่วงสั้นๆ หลังจากนั้นก็ปุเลงๆกันไป แถมต้องลอดอุโมงค์ที่เหมือนเจาะไว้ชั่วคราว (เหมือนระเบิดให้เป็นรูใหญ่พอให้รถผ่าน แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรต่ออีกเลย)
ระหว่างทางทัวร์จะแวะหมู่บ้านเล็กๆสองแห่ง มีของขายเล็กๆน้อยๆ เมื่อไปถึงจุดชม condor ก็คนเยอะมากแล้ว เรายืนกันอยู่ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ พยายามเคลื่อนตัวไปหลายๆที่เพื่อจะเห็นชัดขึ้น แต่สุดท้ายสรุปว่า จุดที่จะเห็น condor ได้ง่าย มีสองที่ คือ บนสุด หรือ ล่างสุด (ตรงลานจอดรถ) เราได้เห็นเจ้าแร้งนี้หลายตัวเหมือนกัน พอได้เห็นใกล้ๆนี่ทึ่งเลยเพราะว่ามันตัวใหญ่กว่าที่คิดมาก เวลากางปีกนี่กว้างสุดๆ นับว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจค่ะ
โปรแกรมวันถัดมา (อยู่ในแพคเกจ) ทัวร์จะพาเราไปดู Andean Condor กันค่ะ (มันคือแร้ง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มาก ถือเป็นนกล่าเหยื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เส้นทางไปนั้นทุลักทุเลมาก ถนนมีการลาดยางอยู่แค่ช่วงสั้นๆ หลังจากนั้นก็ปุเลงๆกันไป แถมต้องลอดอุโมงค์ที่เหมือนเจาะไว้ชั่วคราว (เหมือนระเบิดให้เป็นรูใหญ่พอให้รถผ่าน แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรต่ออีกเลย)
ระหว่างทางทัวร์จะแวะหมู่บ้านเล็กๆสองแห่ง มีของขายเล็กๆน้อยๆ เมื่อไปถึงจุดชม condor ก็คนเยอะมากแล้ว เรายืนกันอยู่ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ พยายามเคลื่อนตัวไปหลายๆที่เพื่อจะเห็นชัดขึ้น แต่สุดท้ายสรุปว่า จุดที่จะเห็น condor ได้ง่าย มีสองที่ คือ บนสุด หรือ ล่างสุด (ตรงลานจอดรถ) เราได้เห็นเจ้าแร้งนี้หลายตัวเหมือนกัน พอได้เห็นใกล้ๆนี่ทึ่งเลยเพราะว่ามันตัวใหญ่กว่าที่คิดมาก เวลากางปีกนี่กว้างสุดๆ นับว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจค่ะ
จาก colca เราแวะทานอาหารกลางวัน (ไม่รวมในแพคเกจ) แล้วก็ยิงยาวเข้า Arequipa (โดยผ่านจุดเปลี่ยนรถจุดเดิมกับขามา)
หลังจากเรากลับจากเปรูได้สองสัปดาห์ก็มีข่าวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ colca และมีผู้เสียชีวิตหลายคนจากการโดนซากอาคารถล่ม ทั้งใน Chivay และ Yanque แม้ว่าการได้มาเห็นที่นี่ก่อนแผ่นดินไหว ทำให้รู้เลยว่าสิ่งก่อสร้างมันไม่สามารถทนทานต่อภัยพิบัติได้จริงๆ แต่ข่าวนี้ก็ทำให้เราช็อคไปเลย เพราะว่า colca เป็นสถานที่สวยงาม และตึกที่ถล่มนั้น เราก็เพิ่งเห็นมันมาหลัดๆ T_T
หลังจากเรากลับจากเปรูได้สองสัปดาห์ก็มีข่าวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ colca และมีผู้เสียชีวิตหลายคนจากการโดนซากอาคารถล่ม ทั้งใน Chivay และ Yanque แม้ว่าการได้มาเห็นที่นี่ก่อนแผ่นดินไหว ทำให้รู้เลยว่าสิ่งก่อสร้างมันไม่สามารถทนทานต่อภัยพิบัติได้จริงๆ แต่ข่าวนี้ก็ทำให้เราช็อคไปเลย เพราะว่า colca เป็นสถานที่สวยงาม และตึกที่ถล่มนั้น เราก็เพิ่งเห็นมันมาหลัดๆ T_T
| Arequipa เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจาก Lima ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์กลางความเจริญของภาคใต้ของเปรู จากรีวิวเกี่ยวกับเมืองนี้พบว่าที่นี่มีโบสถ์สวยอลังการหลายแห่ง มีสำนักชีมืดที่พลาดไม่ได้ ขบวนพาเหรดทุกวันอาทิตย์ และร้านอาหารอร่อยๆมากมายๆ ที่พักของเราที่ Arequipa ชื่อว่า Solar de Arequipa ซึ่งเป็นกึ่งๆ Hostel แต่ว่าเรานอนแบบ private room ดาดฟ้าของตึกนี้มองเห็นเทือกเขาที่ปกคลุมด้วย glacier ด้วย (ที่พักหลายแห่งใน Arequipa ก็มักจะเห็นเจ้าภูเขานี่แหละ เพราะว่ามันตั้งเด่นเป็นสง่ามาก) | |
วันแรกนี้เรามาถึงก็เกือบเย็นแล้วก็เลยได้แค่เดินเล่นชมเมืองนิดหน่อยแล้วก็ทานข้าว จากที่กระท่อนกระแท่นกันมาตลอดทริป เราเลยเลือกร้านแบบ full service เลย โดยไม่ได้ตั้งใจ...ร้านที่เราเลือก เป็น fine dining restaurant ชื่อร้าน Chicha พอได้เข้าเมืองมาเจอความเจริญก็บอกเลยว่ามื้อแรกที่ Arequipa นี่อร่อยมาก สมกับที่มีคนยกให้ Arequipa เป็นเมืองหลวงแห่งอาหารของเปรู ที่เราชอบที่สุดสำหรับร้านอาหารร้านนี้คือขนมปังซึ่งเค้าทำจากมันและข้าวโพดของเปรู เจ้าขนมปังนี้ทั้งเหนียวนุ่มและหอมมาก ต่างจากขนมปังในบ้านเราหรือแม้แต่ในยุโรป เมนูที่เราขาดไม่ได้ก็คือ Ceviche ที่นี่ทำได้ถูกปากพอสมควรแต่ยังสู้ร้านที่ Cusco ไม่ได้
จานถัดมาคือ Ricotto เป็นพริกหยวกยัดไส้เนื้อสับซึ่งอร่อยมาก ปิดท้ายด้วยซุปกุ้ง เมนู signature ของ Arequipa ... แต่รสชาติมันพิลึกไปหน่อย จะเป็นแบบต้มยำก็ไม่ใช่ ต้มข่าก็ไม่เชิง สรุปว่าเมนูนี้ไม่ต้องสั่งก็ได้นะ เพราะว่าต้มยำกุ้งบ้านเราอร่อยกว่าเยอะ
จานถัดมาคือ Ricotto เป็นพริกหยวกยัดไส้เนื้อสับซึ่งอร่อยมาก ปิดท้ายด้วยซุปกุ้ง เมนู signature ของ Arequipa ... แต่รสชาติมันพิลึกไปหน่อย จะเป็นแบบต้มยำก็ไม่ใช่ ต้มข่าก็ไม่เชิง สรุปว่าเมนูนี้ไม่ต้องสั่งก็ได้นะ เพราะว่าต้มยำกุ้งบ้านเราอร่อยกว่าเยอะ
คืนนั้น..มี่เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อคุณนายอ้วนของเราดันไปนั่งบนที่วางกระเป๋าซึ่งเป็น rack ไม้อัดง่อยๆ ... moment นั้นคือเสียงไม้หักดังแคร้กกก แล้วคุณนายของเราก็ลงไปกองอยู่ที่พื้น ฮ่าๆๆ ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร ตกใจอีกด้วย ... สรุปว่าโรงแรมคิดเงินเรา 300 บาทเป็นค่าเสียหาย
เช้าวันถัดมา ภารกิจแรกของเราคือการซักผ้า โชคดีมากที่โรงแรมของเราอยู่ใกล้ถนน laundry … นี่เป็นชื่อเล่นที่เราเรียกเองค่ะ เพราะว่าแถวๆนี้ร้าน laundry เยอะมากๆ ถ้าใครสนใจใช้บริการ สนนราคาไม่แพงเลยค่ะ เค้าใช้วิธีชั่งกิโลเอา ซึ่งเบ็ดเสร็จแล้วเราเสียตังไปไม่กี่ร้อยบาท ซักได้ถุงใหญ่เลย ซักเช้าได้บ่ายๆ
ภารกิจที่สอง คือการไปจ่ายเงินจองทัวร์ Nazca Line โชคดีที่ที่นี่มีห้างขนาดใหญ่ และมีธนาคารในห้างซึ่งเปิดทุกวัน เดินไปถึงเลย คนก็ไม่เยอะ สะดวกมาก ใครอยากตุนเสบียงหรือซื้อของใช้ ก็ใช้ Arequipa เป็นจุดเติมเสบียงได้เลยค่ะ
เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ในหลายๆกระทู้ที่เราอ่านเจอบอกว่า ที่ Arequipa นี้มักจะมีขบวนพาเหรดวันอาทิตย์ ไอ้เราก็จินตนาการว่าเป็นขบวนพาเหรดเด็กนักเรียนเหมือนของบ้านเรา แบบเดินกันสักสองชั่วโมงก็จบ พอเสร็จสองภารกิจที่ว่า เราก็รีบมุ่งหน้าไปที่จัตุรัส แม้ว่าระหว่างเดินไปจะพบกลุ่มคนมาตั้งเก้าอี้รอขบวน แต่ก็พอไปถึงจัตุรัสก็พบว่าไม่มีขบวนเหลืออยู่แล้ว เลยเดินเข้าไปถาม visitor centre เค้าก็บอกว่าขบวนออกไปหมดแล้ว ... เป็นอันว่าเฟล เราก็เลยมุ่งไปตามแผนถัดไป คือ คอนแวนต์ชีมืด นั่นเอง
เช้าวันถัดมา ภารกิจแรกของเราคือการซักผ้า โชคดีมากที่โรงแรมของเราอยู่ใกล้ถนน laundry … นี่เป็นชื่อเล่นที่เราเรียกเองค่ะ เพราะว่าแถวๆนี้ร้าน laundry เยอะมากๆ ถ้าใครสนใจใช้บริการ สนนราคาไม่แพงเลยค่ะ เค้าใช้วิธีชั่งกิโลเอา ซึ่งเบ็ดเสร็จแล้วเราเสียตังไปไม่กี่ร้อยบาท ซักได้ถุงใหญ่เลย ซักเช้าได้บ่ายๆ
ภารกิจที่สอง คือการไปจ่ายเงินจองทัวร์ Nazca Line โชคดีที่ที่นี่มีห้างขนาดใหญ่ และมีธนาคารในห้างซึ่งเปิดทุกวัน เดินไปถึงเลย คนก็ไม่เยอะ สะดวกมาก ใครอยากตุนเสบียงหรือซื้อของใช้ ก็ใช้ Arequipa เป็นจุดเติมเสบียงได้เลยค่ะ
เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ในหลายๆกระทู้ที่เราอ่านเจอบอกว่า ที่ Arequipa นี้มักจะมีขบวนพาเหรดวันอาทิตย์ ไอ้เราก็จินตนาการว่าเป็นขบวนพาเหรดเด็กนักเรียนเหมือนของบ้านเรา แบบเดินกันสักสองชั่วโมงก็จบ พอเสร็จสองภารกิจที่ว่า เราก็รีบมุ่งหน้าไปที่จัตุรัส แม้ว่าระหว่างเดินไปจะพบกลุ่มคนมาตั้งเก้าอี้รอขบวน แต่ก็พอไปถึงจัตุรัสก็พบว่าไม่มีขบวนเหลืออยู่แล้ว เลยเดินเข้าไปถาม visitor centre เค้าก็บอกว่าขบวนออกไปหมดแล้ว ... เป็นอันว่าเฟล เราก็เลยมุ่งไปตามแผนถัดไป คือ คอนแวนต์ชีมืด นั่นเอง
| Monasterio de Santa Catalina แห่งนี้ สร้างโดยเศรษฐีแม่ม่ายท่านหนึ่ง แต่เดิม คนที่มาบวชคือลูกสาวคนรองของเศรษฐีทั้งหลาย เพราะว่าพอเป็นลูกคนที่สองก็ไม่ต้องแต่งงาน แต่มีความเชื่อว่าควรจะต้องมาแต่งงานกับพระเจ้าเป็นการอุทิศตนให้ศาสนาแทน โดยถึงแม้ว่าจะเข้ามาเป็นชีมืด (หมายถึงตัดขาดจากโลกภายนอก) แต่ว่าสาวๆเหล่านี้จะมีคนรับใช้ติดตามเข้ามาด้วยอย่างน้อยสองคน คนรับใช้เหล่านี้จะคอยออกไปซื้อของ ทำความสะอาด ทำอาหารให้ ดังนั้นภายในคอนแวนต์นี้จะซอยเป็นunit และในแต่ละ unit จะมีหลายห้อง เหมือนเป็นอพาร์ทเม้นท์ขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นการที่จะเข้ามาอยู่ในคอนแวนต์ได้นั้น ครอบครัวจะต้องบริจาคเงินจำนวนมากให้กับคอนแวนต์ และสร้างอพาร์ทเม้นท์เหล่านี้ให้ ถ้าแม่ชีเสียชีวิตอพาร์ทเม้นท์ก็จะถูกขายทอดให้กับคนที่จะเข้ามาบวชต่อไป ทั้งนี้ก่อนจะเข้ามาเป็นชีมืด จะต้องมีการอบรมก่อน ซึ่งก็จะอยู่อีกโซนหนึ่ง เมื่อครบคอร์สถึงจะได้บวชเป็นชีมืดเต็มตัว ในยุคนั้นแม่ชีภายในคอนแวนต์มีแต่ความสะดวกสบาย โป๊ปจึงส่งแม่ชีจากวาติกันเข้ามาปฏิรูป ส่งแม่ชีไฮโซทั้งหลายกลับยุโรป และปลดปล่อยคนรับใช้และทาสให้เป็นอิสระ หรือว่าจะเลือกเป็นชีต่อก็ได้ ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงถึงสองครั้ง สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับคอนแวนต์จนต้องมีการสร้างใหม่ ปัจจุบันเหลือแม่ชีที่ประจำอยู่ในคอนแวนต์แห่งนี้ประมาณ 20 คน เมื่อซื้อตั๋วเข้ามาในคอนแวนต์ จะพบกับเจ้าหน้าที่คอยเป็นไกด์พาเดิน และเล่าเรื่องราวต่างๆ(ดังที่เล่าไปแล้ว)ให้ฟัง เราใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆในการเดินชม (มีไกด์ประมาณ45 นาที แล้วก็กลับมาเดินถ่ายรูปเล่นอีกสักพัก เพราะว่าสีสันของคอนแวนต์แห่งนี้สวยจัดจ้านมาก นอกจากนี้ด้านในยังมีคาเฟ่ด้วย เราทานขนมกับกาแฟ รสชาติใช้ได้เลยค่ะ นับว่าที่นี่เป็นสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจและน่าประทับใจมากสำหรับทริปนี้ | |
พอออกมาจากคอนแวนต์ ปรากฏว่ายังคงมีการปิดถนนเพื่อขบวนพาเหรดกันอยู่เลย! คุณนายของเรานี่จ้องแต่ละขบวนตาไม่กระพริบ เพราะว่าพาเหรดที่นี่เค้าอลังการมากเราก็เลยปล่อยให้นางดูพาเหรดไป แล้วเราวิ่งแจ้นกลับไปเอาผ้าที่ร้านซักรีดก่อนร้านเค้าจะปิด แล้วค่อยวิ่งกลับมาหานาง
เป็นอันว่าเราอุทิศบ่ายวันอาทิตย์ให้กับขบวนพาเหรด... หลังจากไปยืนดูแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่พักนึง เราก็เดินกันไปตามถนนเพื่อหาจุด strategic ที่จะมองได้ชัดๆ ดูไปสักพักเราก็ถึงบางอ้อว่าขบวนที่จัดมานั้น มาจากเมืองต่างๆในแคว้น Arequipa และนอกแคว้นด้วย โดยแต่ละขบวนจะจัดแสดงสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเมือง เช่น เมืองที่ปลูกส้ม ก็ขนรถส้มมาแจก พร้อมกับการแสดงประมาณเต้นรำปลูกส้ม เมืองที่ปลูกข้าวก็อาจจะมีการเต้นรำเกี่ยวข้าว คล้ายๆบ้านเราเวลามีงานแห่วันลอยกระทงหรือขบวนบุปผาชาตินี่แหละ แต่ที่อลังการสุดคือขบวนจาก Cusco ซึ่งแบกสะพานแขวนมาเองและมีการเดินบนสะพานโชว์อีกด้วย ขบวนนี้ทำให้ขบวนอื่นเสียเวลาไปโขอยู่แต่เสียงเชียร์ก็อื้ออึงเช่นกัน
สุดท้ายเราก็ได้ทราบว่าการเดินขบวนพาเหรดนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 220 ปี Arequipa ที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ ขบวนวันนี้เป็นแค่การซ้อมค่ะ O_O ถ้าวันจริงจะอลังการกว่านี้ อื้อฮือ... แค่นี้ก็ปิดถนนทั่วเมืองทั้งวันแล้ว ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเรามาถึง Arequipa วันนี้จะปวดหัวขนาดไหน เพราะว่ารอบๆรถติดมาก และรถก็จะเข้ามาไม่ถึงที่พัก ต้องแบกกระเป๋าเข้ามาเองอีก ... ดังนั้น แนะนำว่าให้แพลนที่จะมาถึง Arequipa ไม่ตรงกับวันอาทิตย์นะคะ เพราะว่าเกิดมีพาเหรดขึ้นมา ชีวิตจะลำบากมากเลย
(แต่ไม่มีรูปเลยนะคะ รูปพาเหรดทั้งหมดอยู่ในไฟล์ที่เสียหมดเลย T_T )
หลังจากขบวนพาเหรดเริ่มซา เราก็ไปดูอย่างอื่นกันบ้างค่ะ ... เราไปกันที่ Museo Santuarios Andinos (Museum of Andean Sanctuaries) เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงการค้นหามัมมี่ที่ถูกฝังอยู่บนเทือกเขาสูง การเข้าชมจะเป็นไปตามรอบ มีไกด์พาชม พิพิธภัณฑ์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ว่ามีข้อมูลน่าสนใจมากมาย และสุดท้าย ด้านในสุดมีมัมมี่ของ ฮวนนิต้า จัดแสดงอยู่ด้วย (ที่นี่ไม่มีรูปเพราะเค้าไม่ให้ถ่ายรูปนะ) รวมๆแล้วเราว่ามิวเซียมนี้ก็โอเคนะคะ
เป็นอันว่าเราอุทิศบ่ายวันอาทิตย์ให้กับขบวนพาเหรด... หลังจากไปยืนดูแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่พักนึง เราก็เดินกันไปตามถนนเพื่อหาจุด strategic ที่จะมองได้ชัดๆ ดูไปสักพักเราก็ถึงบางอ้อว่าขบวนที่จัดมานั้น มาจากเมืองต่างๆในแคว้น Arequipa และนอกแคว้นด้วย โดยแต่ละขบวนจะจัดแสดงสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเมือง เช่น เมืองที่ปลูกส้ม ก็ขนรถส้มมาแจก พร้อมกับการแสดงประมาณเต้นรำปลูกส้ม เมืองที่ปลูกข้าวก็อาจจะมีการเต้นรำเกี่ยวข้าว คล้ายๆบ้านเราเวลามีงานแห่วันลอยกระทงหรือขบวนบุปผาชาตินี่แหละ แต่ที่อลังการสุดคือขบวนจาก Cusco ซึ่งแบกสะพานแขวนมาเองและมีการเดินบนสะพานโชว์อีกด้วย ขบวนนี้ทำให้ขบวนอื่นเสียเวลาไปโขอยู่แต่เสียงเชียร์ก็อื้ออึงเช่นกัน
สุดท้ายเราก็ได้ทราบว่าการเดินขบวนพาเหรดนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 220 ปี Arequipa ที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ ขบวนวันนี้เป็นแค่การซ้อมค่ะ O_O ถ้าวันจริงจะอลังการกว่านี้ อื้อฮือ... แค่นี้ก็ปิดถนนทั่วเมืองทั้งวันแล้ว ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเรามาถึง Arequipa วันนี้จะปวดหัวขนาดไหน เพราะว่ารอบๆรถติดมาก และรถก็จะเข้ามาไม่ถึงที่พัก ต้องแบกกระเป๋าเข้ามาเองอีก ... ดังนั้น แนะนำว่าให้แพลนที่จะมาถึง Arequipa ไม่ตรงกับวันอาทิตย์นะคะ เพราะว่าเกิดมีพาเหรดขึ้นมา ชีวิตจะลำบากมากเลย
(แต่ไม่มีรูปเลยนะคะ รูปพาเหรดทั้งหมดอยู่ในไฟล์ที่เสียหมดเลย T_T )
หลังจากขบวนพาเหรดเริ่มซา เราก็ไปดูอย่างอื่นกันบ้างค่ะ ... เราไปกันที่ Museo Santuarios Andinos (Museum of Andean Sanctuaries) เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงการค้นหามัมมี่ที่ถูกฝังอยู่บนเทือกเขาสูง การเข้าชมจะเป็นไปตามรอบ มีไกด์พาชม พิพิธภัณฑ์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ว่ามีข้อมูลน่าสนใจมากมาย และสุดท้าย ด้านในสุดมีมัมมี่ของ ฮวนนิต้า จัดแสดงอยู่ด้วย (ที่นี่ไม่มีรูปเพราะเค้าไม่ให้ถ่ายรูปนะ) รวมๆแล้วเราว่ามิวเซียมนี้ก็โอเคนะคะ
| ปิดท้ายวันด้วยอาหารดีๆอีกสักร้าน คือร้าน Tanta ที่มาจบร้านนี้เพราะว่าร้านส่วนใหญ่ยังไม่เปิด >.< วันนี้อร่อยสู้เมื่อวานไม่ได้ เราสั่ง Ceviche อีกแล้ว อย่าถามว่าเบื่อมั้ย มันอารมณ์เหมือนกินส้มตำทุกวัน กินได้ค่ะ เพราะว่ารสจัด ส่วนอีกจานเป็น seafood risotto อิ่มแล้วก็ช้อปปิ้งกันพอหอมปากหอมคอ ที่ Arequipa นี้ของขึ้นชื่อคือเครื่องกันหนาวทั้งหลายที่ถักมาจากขน baby alpaca ถึงรู้ว่าบ้านเราไม่หนาว แต่ก็อดซื้อมาไม่ได้ค่ะ มันนุ่มมาก สีสันสวยงาม ยิ่งพวกที่ดีไซน์เป็นเสื้อแบบอินคา (คล้ายๆพอนโช) ก็ยิ่งน่าใช้ แถมราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพ และตบท้ายเมือง Arequipa ด้วยของหวาน เป็นร้านชอคโกแลตร้านดังของที่นี่ ชื่อ Chaqchao Organic Chocolate คนเยอะมาก แต่ว่าชอคโกแลตเค้าก็เข้มข้นจริงแหละ แนะนำเลย | |






























































Comments
Post a Comment