One fine afternoon in Bangkok
วันนี้ลองเปลี่ยนคนเขียนดูบ้างนะคะ :D
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราสองคนว่าง เนื่องจากไม่มีนัดกับใครที่ไหน ไม่ติดธุระกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงเป็นเวลาของสองเราจริงๆที่นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้งแบบตื่นมาแล้วไม่มีแพลนใดๆ เราเลยได้ไอเดียว่าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ผ้า http://www.qsmtthailand.org/ กันเถอะ
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราสองคนว่าง เนื่องจากไม่มีนัดกับใครที่ไหน ไม่ติดธุระกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงเป็นเวลาของสองเราจริงๆที่นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้งแบบตื่นมาแล้วไม่มีแพลนใดๆ เราเลยได้ไอเดียว่าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ผ้า http://www.qsmtthailand.org/ กันเถอะ
ที่มาที่ไปว่าทำไมอยากไปที่นี้เกิดขึ้นจากเมื่อเดือนที่แล้วเราได้ไปเที่ยว ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพนานาชาติที่บางไทรมาค่ะ แต่หนึ่งในนิทรรศกาลที่นั่นบอกว่าช่วงนี้ย้ายมาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในพระบรมมหาราชวัง (เอาไว้ว่างๆจะรีวิวทริปอยุธยาให้ดูนะคะ)
เราสองคนเลยตัดสินใจไปเที่ยวเล่นในเกาะรัตนโกสินทร์กันอีกครั้ง ตอนแรกว่าจะนั่งเรือจากท่าสาทรไปค่ะแต่ก็ขี้เกียจต่อรถหลายทอดเลยจบด้วย Uber ส่งลงหน้าประตูเลยค่ะ
เข้ามาจากประตูหลัก (แท็กซี่จะรู้จักในนามประตูฝรั่ง เพราะว่าเป็นประตูสำหรับชาวต่างชาติ) พิพิธภัณฑ์ผ้าจะอยู่ขวามือนะคะ เมื่อเข้าไปในอาคารแล้วจะผ่านด่านตรวจเสื้อผ้าก่อน ถ้าใครแต่งตัวไม่เรียบร้อยก็เปลี่ยนให้เรียบร้อยแล้วก็เดินทะลุ museum shop ก็ได้หรือจะออกไปข้างนอกแล้วเลี้ยวขวาตามทางก็ได้ค่ะ จึงจะมาเจอเคาน์เตอร์ขายบัตร โดยถ้าเข้าเฉพาะพิพิธภัณฑ์ผ้า ค่าเข้าชมคนละ 150 บาทค่ะซึ่งเราว่าไม่แพงเลย แอบดีใจซะด้วยซ้ำที่เดี๋ยวนี้เรามีพิพิธภัณฑ์ที่จัด display และทำเป็น story ที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เอาของมาวางๆ ประเทศเรามีสิ่งน่านำเสนอมากมายแต่ที่ผ่านมาเรายังไม่รู้จักวิธี การนำเสนอที่นำมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม
เราสองคนเลยตัดสินใจไปเที่ยวเล่นในเกาะรัตนโกสินทร์กันอีกครั้ง ตอนแรกว่าจะนั่งเรือจากท่าสาทรไปค่ะแต่ก็ขี้เกียจต่อรถหลายทอดเลยจบด้วย Uber ส่งลงหน้าประตูเลยค่ะ
เข้ามาจากประตูหลัก (แท็กซี่จะรู้จักในนามประตูฝรั่ง เพราะว่าเป็นประตูสำหรับชาวต่างชาติ) พิพิธภัณฑ์ผ้าจะอยู่ขวามือนะคะ เมื่อเข้าไปในอาคารแล้วจะผ่านด่านตรวจเสื้อผ้าก่อน ถ้าใครแต่งตัวไม่เรียบร้อยก็เปลี่ยนให้เรียบร้อยแล้วก็เดินทะลุ museum shop ก็ได้หรือจะออกไปข้างนอกแล้วเลี้ยวขวาตามทางก็ได้ค่ะ จึงจะมาเจอเคาน์เตอร์ขายบัตร โดยถ้าเข้าเฉพาะพิพิธภัณฑ์ผ้า ค่าเข้าชมคนละ 150 บาทค่ะซึ่งเราว่าไม่แพงเลย แอบดีใจซะด้วยซ้ำที่เดี๋ยวนี้เรามีพิพิธภัณฑ์ที่จัด display และทำเป็น story ที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เอาของมาวางๆ ประเทศเรามีสิ่งน่านำเสนอมากมายแต่ที่ผ่านมาเรายังไม่รู้จักวิธี การนำเสนอที่นำมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม
ด้านในของพิพิธภัณฑ์ไม่ให้ถ่ายรูปนะคะ โดยห้องเดียวที่ให้ถ่ายรูปได้คือห้องกิจกรรมที่ตอนนี้แสดงเรื่องโขนอยู่ค่ะ ใครสะสมลายปั๊มในห้องมีให้ปั๊มหลายลายเลย รวมถึงมีคลิปเกี่ยวกับโขน และท่าทางต่างๆ เป็นกึ่งๆ interactive คือเราดูแล้วกลับบ้านมาจองตั๋วโขนพระราชทานของปีนี้เลย จริงๆเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้ไปที่บ้านโขนศาลายามาด้วย พอมาเจออันนี้บิ้วเข้าไป เลยยิ่งทำให้อยากไปการแสดงโขนอย่างมาก นอกจากนี้ในห้องมีcostume ให้ใส่ถ่ายรูปเล่นด้วยค่ะ
ตอนที่ไปบ้านโขน จะมีส่วนของการทำหัวโขน ซึ่งมีการอธิบายว่าสีแต่ละสีเป็นสีธรรมชาติ เช่นสีดำเป็นการเอามาจากเขม่าถ่าน คือเค้าสามารถบอกได้ทุกสีเลยว่าทำยังไง ที่บ้านโขนนี้มีการอธิบายขั้นตอนเกี่ยวกับการทำหัวโขนค่อนข้างละเอียดทีเดียวค่ะ ตั้งแต่สีการวาดเส้นที่ให้แบ่งแยกอายุได้ การใช้สีลงเส้นต่างๆ (ขอติดไว้ก่อนเดี๋ยวจะรีวิวละเอียดของ ทริปศาลายาค่ะ)
ตอนที่ไปบ้านโขน จะมีส่วนของการทำหัวโขน ซึ่งมีการอธิบายว่าสีแต่ละสีเป็นสีธรรมชาติ เช่นสีดำเป็นการเอามาจากเขม่าถ่าน คือเค้าสามารถบอกได้ทุกสีเลยว่าทำยังไง ที่บ้านโขนนี้มีการอธิบายขั้นตอนเกี่ยวกับการทำหัวโขนค่อนข้างละเอียดทีเดียวค่ะ ตั้งแต่สีการวาดเส้นที่ให้แบ่งแยกอายุได้ การใช้สีลงเส้นต่างๆ (ขอติดไว้ก่อนเดี๋ยวจะรีวิวละเอียดของ ทริปศาลายาค่ะ)
จากนั้นขึ้นไปชั้นสองก็จะเจอห้องเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายสำหรับการแสดงโขน ซึ่งเราชอบมาก ละเอียดกำลังพอดีให้พอได้มองเห็นภาพ >> ตัวอย่างการจัดแสดงค่ะ <<
เมื่อออกจากห้องโขนก็จะเป็นส่วนจัดแสดงเครื่องฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีค่ะ ซึ่งฉลองพระองค์ทั้งหมดออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ปิแอร์ บัลแมง ค่ะ คือเราเดินชมแล้วรู้สึกได้ว่าการออกแบบสวยคลาสสิคมาก ทั้งที่ผ่านมาห้าสิบปีแล้ว อีกทั้งยังเน้นการใช้ผ้าไทยเป็นหลักด้วย ใครชอบผ้าไทยขอแนะนำเลยค่ะ ในส่วนการแสดงมีการพูดถึงเรื่องงานปักด้วย หลายๆอย่างสำหรับเราวันนี้เป็นความรู้ใหม่ค่ะ >> ตัวอย่างการจัดแสดงค่ะ <<
ดูชั้นสองเสร็จเราก็ลงมาเดินเล่นในร้านขายของค่ะ ของน่ารักเหมาะกับเป็นของฝากเพื่อนต่างชาติ ซึ่งราคาเราว่าสมเหตุสมผลค่ะ โดยงานหลายๆชิ้นเราดูแล้วรู้สึกว่าเป็นการต่อยอดศิลปะวัฒนะธรรมไทยได้ดีทีเดียว
โดยรวมเราใช้เวลากับ พิพิธภัณฑ์ผ้าประมาณสองชั่วโมง โดยเป็นการเดินแบบหยุดทุกตู้อ่านทุกสิ่ง :D
เมื่อออกจากห้องโขนก็จะเป็นส่วนจัดแสดงเครื่องฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีค่ะ ซึ่งฉลองพระองค์ทั้งหมดออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ปิแอร์ บัลแมง ค่ะ คือเราเดินชมแล้วรู้สึกได้ว่าการออกแบบสวยคลาสสิคมาก ทั้งที่ผ่านมาห้าสิบปีแล้ว อีกทั้งยังเน้นการใช้ผ้าไทยเป็นหลักด้วย ใครชอบผ้าไทยขอแนะนำเลยค่ะ ในส่วนการแสดงมีการพูดถึงเรื่องงานปักด้วย หลายๆอย่างสำหรับเราวันนี้เป็นความรู้ใหม่ค่ะ >> ตัวอย่างการจัดแสดงค่ะ <<
ดูชั้นสองเสร็จเราก็ลงมาเดินเล่นในร้านขายของค่ะ ของน่ารักเหมาะกับเป็นของฝากเพื่อนต่างชาติ ซึ่งราคาเราว่าสมเหตุสมผลค่ะ โดยงานหลายๆชิ้นเราดูแล้วรู้สึกว่าเป็นการต่อยอดศิลปะวัฒนะธรรมไทยได้ดีทีเดียว
โดยรวมเราใช้เวลากับ พิพิธภัณฑ์ผ้าประมาณสองชั่วโมง โดยเป็นการเดินแบบหยุดทุกตู้อ่านทุกสิ่ง :D
หลังจากออกจากพระบรมมหาราชวังตอนแรกก็คิดว่าจะไปเที่ยววัดพระแก้วดีมั้ยแต่ดันมีคนบ่นหิวๆๆๆ เลยไปหาของกินก็ได้
เราก็เดินกันไปถึงโน่นค่ะ ถนนพระอาทิตย์ ร้านนายโส่ย เพราะมีคนอยากกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลยจัดหนักกันคนละชามใหญ่แถมยำเนื้ออีกจาน คือเนื้อเฉยๆแต่ซุปนี้อร่อยซดได้เรื่อยๆค่ะ สำหรับเราก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยที่สุดในดวงใจอยู่เชียงใหม่ค่ะ
กินอิ่มแล้วก็ตกลงกันว่าจะกลับบ้าน เพราะเดินจนหมดแรง แต่อยากนั่งเรือก็เลยเดินไปขึ้นเรือด่วนธงส้มที่ท่าพระอาทิตย์เพื่อจะไปลงที่สี่พระยาค่ะ ลมโกรกสบาย ปกติมาแต่ตอนกลางคืนนานๆจะได้เห็นสองข้างแม่น้ำตอนกลางวัน แต่ช่วงนี้น้ำสูงมากแล้วก็คลื่นแรงด้วย แต่ตอนขึ้นฝั่งที่ท่าสี่พระยาจะมาข้ามเรือข้ามฟาก เราดันไปเห็นriver city ที่ปรับปรุงเสร็จแล้วซะก่อน ก็เลยลากคู่หู่เข้าไปตากแอร์ เสพของเก่าในตู้โชว์กันดีกว่า ตรงชั้นสองจะมี open gallery ด้วยค่ะ อย่างตอนนี้มีภาพวาดที่นำมาขายเพื่อสมทบทุนมูลนิธิพระบาทน้ำพุ ก็จะมีงานหลายแนว ส่วนคนรายได้ต่ำแต่รสนิยมสูงอย่างเราก็ได้แต่เดินชมงานอย่างเพลิดเพลิน เข้าอันโน้นออกอันนี้ไปเรื่อย ส่วนชั้น 3-4 เป็นแนวของเก่าค่ะ วังเวงมากก คือเราก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรที่เอาพระพุทธรูปมาขายเป็นของสะสมหรืองานศิลปะ คือพระพุทธรูปก็ควรเอาไปไว้บูชา แต่บางร้านก็มีของแต่งบ้านแปลกๆน่าสนใจดีค่ะ แต่เรางบไม่มีทั้งเงินและที่เก็บด้วยค่ะ เลยได้แต่เดินดู ถ้าใครชอบงานศิลปะหรือของเก่าแนะนำให้มาเยี่ยมชมค่ะ
ทริปของเรามาจบด้วยการข้ามฟากจากสี่พระยามาคลองสานค่ะ ก็เดินผ่านตลาดของกินเพียบแต่เราสองคนไม่เหลือแบงค์สักใบเลยค่ะฮ่าๆๆ ต้องเดินมากดเงินข้างหน้าเพื่อเรียกรถกลับคอนโด
เบ็ดเสร็จวันนี้เราสองคนทั้งได้ขึ้นรถลงเรือต่อครบเลยค่ะสำหรับ easy Sunday งวดหน้าจะพยายามเอาทริปในโหลหมักดองมาเขียนนะคะ มีอีกยาวเหยียด :D
เบ็ดเสร็จวันนี้เราสองคนทั้งได้ขึ้นรถลงเรือต่อครบเลยค่ะสำหรับ easy Sunday งวดหน้าจะพยายามเอาทริปในโหลหมักดองมาเขียนนะคะ มีอีกยาวเหยียด :D
Comments
Post a Comment