ไปเที่ยวพม่ากัน ออกเดินทางไปเมืองย่างกุ้ง

Yangon ย่างกุ้ง

จาก Bago กลับมาย่างกุ้ง ... ไกด์พาแวะชม ช้างเผือก เพราะว่าเวลาเหลือ .. แต่น้องช้างหันก้นให้ตลอด .. แถมฉี่โชว์อีกต่างหาก 

สถานที่ที่ต้องไปชมในย่างกุ้ง คงจะหนีไม่พ้น เจดีย์ ชเวดากอง ซึ่งไกด์บอกว่า เวลาที่ดีทีสุด คือช่วง 17:00-19:00 เพราะว่าจะได้เห็นทั้งตอนที่ฟ้าสว่าง ... แสงยามเย็น ที่ไฟค่อยๆเปิดส่องเจดีย์ ... และเจดีย์ยามค่ำคืน 
ในเวลาที่ฟ้ายังสว่าง เจดีย์และศาลาโดยรอบ เป็นสีทองเข้ม ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า

ลวดลายบนเพดานก็สวยมากๆ 

พวกเราซื้อดอกไม้ ไว้บูชาพระและนักษัตรตามวันเกิดด้วย โดยต้องสรงน้ำพระตามอายุบวกหนึ่ง ... บางคนในกลุ่ม (เราด้วย) ก็ตักกันจนเมื่อยเหมือนกันนะ >.< 

คุณ Khine เดินไป เล่าไป จนถึงจุดหนึ่งที่เริ่มไม่มีใครสนใจฟัง จึงพูดขึ้นมาว่า "เจอเทพ wifi กันแล้วสินะ" 
... ที่ชเวดากองนี้ มี wifi ฟรีค่ะ แต่ไกด์บอกว่าไม่ฟรีหรอก ...ก็ค่าเข้า 8 USD ที่พวก you จ่ายกันไปน่ะแหละ 
แล้วพระอาทิตย์ ก็เริ่มคล้อย แสงเริ่มน้อย ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี 

พวกเราก็เลิกสนใจเทพไวไฟ มาเป็น selfie กันแทน 

ช่วง twilight นี้ เป็นช่วงที่สวยที่สุดจริงๆค่ะ ใครมาก็อย่าลืมนะคะ มาประมาณห้าโมง กำลังดี 

แล้วท้องฟ้าก็กลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม สวยมากๆเลย 

ที่ชเวดากองนี่ใหญ่มากค่ะ จริงๆแล้วเดินทั้งวัน ถ้าดูละเอียดๆ ก็ไม่หมดนะ ที่สำคัญอีกอย่างคือ มันเป็นที่ที่อลังการสุดในย่างกุ้งแล้วอะ ถ้ามาที่นี้แล้วไปเจดีย์อื่นก็จะไม่ตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ ไกด์บอกว่า ปกติจะจัดไว้เป็นโปรแกรมสุดท้าย แต่ว่าทริปของเรา จะมีเวลาอยู่ที่ย่างกุ้งในเวลาเย็นๆนี้ แค่วันนี้วันเดียว ก็เลยไม่มีทางเลี่ยง

ด้านบนยอดเจดีย์ ถ้ามองด้วยมุมดีๆ จะเห็นประกายอัญมณีที่อยู่บนยอด หรือจะลองส่งกล้องก็ได้ค่ะ 

คนเยอะมากๆ ถามไกด์ว่า มีมิจฉาชีพมั้ย ...ไกด์บอกว่า ก็มี แต่ส่วนใหญ่ ไม่ขโมยคนต่างชาติ เพราะว่าปัญหาเยอะ แต่ว่า คนไทย ดันหน้าคล้ายคนพม่า เลยมักจะโดน -.-"

สุดท้าย ที่ชเวดากอง ซึ่งพวกเราก็อ้อยอิ่งกันอยู่นาน 

คืนนั้นไกด์พาไปทานอาหารที่ร้านตามที่น้องพม่าลิสท์มาให้ คือร้าน Feel Myanmar 

ร้านนี้จะคล้ายๆร้านข้าวแกงบ้านเรา แต่อยู่ในร้านติดแอร์ มีพนักงานเสิร์ฟ อาหารจะตักใส่ถ้วยไว้ในตู้ให้เราเลือกสั่งได้ โดยอาหารที่สั่งมาก็มีประมาณนี้ค่ะ คล้ายๆอาหารไทยปนแขกนะ ส่วนใหญ่จะเป็นแกง มีเครื่องเทศ แต่ไม่มีกลิ่นสมุนไพรเหมือนบ้านเรา และไม่เผ็ดเท่า  รสชาติส่วนใหญ่จะออกเค็ม แต่ว่าอร่อยค่ะ (แต่บางทีจะรู้สึกถึงผงชูรส) แล้วก็มีผัดผัก หมูพะโล้ ก้อร่อย

ส่วนขนมหวาน คล้ายขนมไทยมาก มีทั้งวุ้น ข้าวเหนียว และอะไรคล้ายๆสังขยา และคล้ายๆเปียกปูน (อันนี้อร่อยสุด) ที่ชอบที่สุดคือ ปาท่องโก๋ จิ้มนมข้นค่ะ ปาท่องโก๋ตัวใหญ่มาก เหมือนที่ฮ่องกงเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา แหะ แหะ

คืนนั้นเปลี่ยนที่นอนค่ะ เป็นโรงแรม Clover Hotel City Center อยู่ใกล้ๆโรงแรมเมื่อคืน แต่ว่าอยู่ในซอย ใหม่กว่า แต่ว่า เหม็นท่ออ่ะ ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นฝาท่ออยู่ข้างหัวเตียง (แต่รูปนี้ไม่เห็น)

สำหรับลิสท์ร้านอาหารและบาร์ที่น้องพม่าแนะนำมาก็มีตามนี้ค่ะ 

เพื่อนเราบางคน ไปเที่ยวทุกคืน โดยได้ผู้ช่วยไกด์ ชื่อ Koko พาไป คืนนั้น ไปที่ 50th street เพื่อนบอกว่าดีนะ แต่ไฮโซไป อารมณ์เหมือนร้านนั่งชิลแถวทองหล่อ Koko เลยพาไปแดนซ์ที่ Pioneer ซึ่งจะตื๊ดๆหน่อย

วันที่สองในพม่าของเรา มีเวลาในย่างกุ้งครึ่งวัน และต้องไปขึ้นเครื่องบินตอนบ่ายสอง 
ย่างกุ้ง ... ไกด์บอกว่า ต้องเรียก Yangon ยางกอน ไม่งั้น เรียกย่างกุ้ง จะกลายเป็นกุ้งย่าง 
ที่แรกในวันนี้ คือ เจดี โบดาทาว หรือ Botataung Pagoda 
ระหว่างทาง จะเห็นตึก colonial สวยๆ อยู่ประปราย ผสมกับความวุ่นวายของเมือง ... เป็นเสน่ห์นึงของย่างกุ้งสำหรับเรา 

ไกด์พาเลยเจดีย์เข้าไปชมแม่น้ำก่อน เพื่อเล่าประวัติศาสตร์-สังคมศาสตร์ พม่าให้ฟังอีกหนึ่ง class  คือจริงๆ มันมีประโยชน์ และเราก็ชอบฟังกันนะคะ แต่ว่าแซวกันไปอย่างนั้น ... สุดท้าย เลยถามแกว่า ทำอาชีพอะไรมาก่อน ก็เดากันไม่ผิดหรอกค่ะ ว่าแกเคยเป็นครูประวัติศาสตร์ .... มิน่าาาาาา

เป็นที่น่าเสียดายเล็กน้อยว่าเจดีย์ปิดบูรณะด้านนอกอยู่ค่ะ ไกด์บอกว่า ทุกเจดีย์จะมีการบูรณะทุก 5-7 ปี เพื่อให้แวววาวอยู่เสมอ อย่างชเวดากอง ปิดไปเมื่อปี2015 ใครจะไปก็เช็คก่อนนะคะ ถ้าปิดนี่มีเสียเที่ยวอ่ะ  อย่างที่อินทร์แขวนก็เหมือนกัน เพราะว่าไปยากด้วยอันนั้น 

ถึงภายนอกจะบูรณะ แต่ว่าภายในยังงดงามเป็นสีทองไปทุกอณู 

คนนิยมไปที่นี่ ก็เพื่อสักการะ พระเกศาธาตุ หรือเส้นผมของพระพุทธเจ้าค่ะ 

จบจากเจดีย์ ก็ตามระเบียบ ... เจ้าไปขอพร เทพกระซิบ และเทพทันใจ โดยไกด์บอกวิธีขออย่างละเอียดค่ะ เชื่อว่าน่าจะหาอ่านได้ไม่ยาก 

จากโบตาทาวน์ ...ไกด์พาไปที่เรือการะเวก ด้านนอกเป็นคล้ายๆสวนสาธารณะ มีบึงที่เห็นเงาสะท้อนเจดีย์ชเวดากอง สวยงามค่ะ 

เรือการะเวกนี้ เป็นร้านอาหารค่ะ เอาไว้ต้อนรับแขกสำคัญ มีการแสดง แต่อาหารไม่อร่อย (เค้าบอกมา) 

ดูกันใกล้ๆ ... แต่ได้แค่ภายนอก 
 
วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ด้วยค่ะ มีแต่คนใส่เสื้อเหมือนกัน เดินจูงมือกันมาเดินเล่นเต็มไปหมด

จุดหมายต่อไป คือ ร้านอาหารกลางวัน ซึ่งวันนี้เราจะไปทานอาหารทะเลกัน ... ระหว่างทางรถติดมากๆๆๆ และไกด์ก็แวะให้ดูรั้วบ้านของ อองซาน ซูจี แต่ตอนนี้ตัวอองซานอยู่เนปิดอว์ 

ในย่างกุ้งนี้ มีสองทะเลสาบ คือ ทะเลสาบ Kandawgyi ที่ตั้งของเรือการะเวก และทะเลสาบอินยา ที่ตั้งของบ้านอองซาน 

ร้านอาหารทะเลที่เราจะมากินกัน ก็อยู่ริมทะเลสาบ Inya เหมือนกันค่ะ จำชื่อไม่ได้อ่ะ แต่ว่าอร่อยทุกอย่างเลย

จานแรกเลย กุ้งแม่น้ำพม่า 

จานนี้ก็เด็ดมาก ... เป็นหอย จำชื่อไม่ได้ แต่ว่าเหนียวหนุบ เอามาทอดกระเทียม อร่อยยยยย

เด็ดที่สุด คือ ต้มยำแบบยะไข่ ... อร่อยมาก อาหารก็สดมากด้วย

เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาทุกจานค่ะ และที่เสียดายกว่า คือ เห็นโต๊ะข้างๆสั่งหอยนางรมสดมา ...ตัวใหญ่มากกกก แต่ตอนนั้นเราสั่งเช็คบิลกันซะแล้ว ...ก็เลยเร่งรีบกันไปขึ้นเครื่อง 

เรื่องที่อยากเม้าท์มอย คือสวนสาธารณะที่นี่ เค้ามีคนมาพลอดรักกันไม่อายสายตาประชาชน วันนั้นเยอะเป็นพิเศษเพราะว่า เป็นวันวาเลนไทน์ แต่วันอื่นที่ผ่านไปเจอ ก็มีทุกวันนะ ขนาดแดดร้อนๆก็ยังมีเลย

เราขอแถมรีวิวร้านอาหารอีกร้านละกันคะจริงๆร้านนี้เราแวะกินตอนบินกลับมาจากุกามเหลือเวลานิดหน่อย ไกด์เลยพาไปที่ร้านอาหารที่มีชื่อเรื่องเป็ดย่าง ชื่อ Junior Duck 
(ใช้มือถือถ่ายและซูมด้วย ภาพเลยไม่ค่อยชัดนะคะ)

จานแรกเป็นเปาะเปี๊ยะกุ้งค่ะ อร่อย กุ้งทั้งตัวเลย

เป็ดย่าง ... อร่อยมากก อร่อยกว่า four seasons อ่ะ เราว่า (ขนาดนั้นเลย)
น้ำจิ้มเค้าจะเป็นซีอิ๊ว ใส่กระเทียม และซอสคล้ายๆซอสพริกรสหวานๆ

จานนี้เป็นกุ้งผัดซอสอะไรสักอย่าง รสชาติเค็มหวาน อร่อยใช้ได้

ซุปปู ... อร่อยเช่นกัน จานนี้ไกด์แนะนำค่ะ 

และสุดท้าย หมูเปรี้ยวหวาน มาเป็นเหมือนหมูสามชั้น แต่ไม่ใช่นะ เป็นหมูเปรี้ยวหวานที่อร่อยมาก มีพี่คนนึงซัดข้าวไปสี่ถ้วย 
มื้อนี้เป็นมื้อที่แพงที่สุดในทริปค่ะ หกหมื่นกว่าจ๊าด (11คน)

ปล. ไกด์เค้าจะแยกไปทานต่างหาก ไม่นั่งกับเราค่ะ เราเคยชวนเค้ามานั่งด้วย เค้าบอกว่า ไม่เอา เพราะถ้าเค้านั่งกับเรา จะได้กินอาหารราคาเต็ม แต่ถ้าแยกไปกิน เค้าจะได้ลดราคา ไม่ก็ได้กินฟรี

ปิดท้าย ย่างกุ้ง ก่อนไปขึ้นเครื่อง ด้วยการไปตลาดสก๊อต ที่นี่ซื้อของเป็นเงินไทย หรือ USD ก็ได้ แต่ถ้าลองคำนวณแล้ว ซื้อเป็นจ๊าดจะถูกสุด 

สัญลักษณ์หนึ่ง ของพม่า คือ ทานาคา ... วิธีใช้ ก็คือ เอาน้ำพรมลงบนเขียง (ขอเรียกว่าเขียงละกัน) แล้วเอาท่อนไม้ทานาคาวนๆฝนๆ ก็จะเกิดเป็นน้ำสีขาวๆ เอามาทาหน้าได้เลย ... ชอตนั้น คนขายหันมาหา จะทาหน้าเรา ...ด้วยความตกใจ เลยชี้ไปที่เพื่อน ...ผลคือ เพื่อนโกรธง่ะ  เค้าขอโต๊ดดด

และอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องไป ก็คือพระนอนตาหวานค่ะ 

ปิดท้ายทัวร์ด้วยการช้อปปิ้งของฝากในซุเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งสิ่งที่นิยมซื้อกันก็คือชาพม่า 

Comments

Popular posts from this blog

Unforgettable India [4 Jodhpur] - Blue City ที่ได้แต่มองไกลๆ

Unforgettable India [5 Udaipur] - The City of Lakes

North Kyushu Road Trip